สาระน่ารู้

เงินเดือน 15,000บาท ก็สามารถสมัครบัตรเครดิตผ่านได้ไม่ยาก

เงินเดือน15,000บาท ก็สามารถสมัครบัตรเครดิตผ่านได้ไม่ยาก

สังคมไร้เงินสดหรือกรณี Cashless Society  เป็นแนวคิดของการเป็นอยู่ภายในสังคมโดยไม่ถือเงินสดเพราะว่าการพกเงินในกระเป๋าอาจเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่มีเงินสดติดตัวเพราะบ่อยครั้งมีปัญหาปล้นจี้ระหว่างทาง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ จึงมีการคิดกรณีนี้ขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้โดยไม่จำเป็นต้องถือเงินสดติดตัวตลอดเวลา ซึ่งแนวคิดนี้เป็นที่มาของการให้บริการบัตรเครดิตโดยคนรุ่นใหม่เริ่มมีความเข้าใจถึงความจำเป็นและความสำคัญของการมีบัตรเครดิตกันมากขึ้น นอกจากคุณไม่จำเป็นต้องถือเงินสดติดตัวยังได้รับส่วนลดพิเศษจากทางธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตที่ให้ออกมาอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งการเก็บแต้มของการใช้จ่ายเพื่อใช้แลกของรางวัลได้ฟรี เรียกได้ว่ามีสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า จึงทำให้หลายคนมองหาธนาคารที่ให้บริการทำบัตรเครดิตที่มีความคุ้มค่า โดยการมีบัตรเครดิตช่วยอำนวยความสะดวกทางการเงินโดยที่คุณไม่ต้องพกเงินสดช่วยให้คุณมีความปลอดภัยและยังได้สิทธิประโยชน์รวมถึงส่วนลดจากร้านค้าชื่อดังจึงทำให้การมีบัตรเครดิตกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยทางการเงินที่หลายคนมองหาแต่มีคำถามเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากสำหรับการพิจารณาของทางธนาคารสำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงานโดยมีฐานเงินเดือนอยู่ที่ 15,000 บาทจะสามารถสมัครใช้บริการบัตรเครดิตได้หรือไม่   เมื่อเริ่มต้นทำงานมีฐานเงินเดือน 15,000 บาทเราสามารถสมัครบัตรเครดิตได้หรือไม่? ฐานเงินเดือน 15,000 บาทสามารถสมัครบัตรเครดิตได้โดยไม่มีปัญหาเพราะตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดผู้ที่จะมีบัตรเครดิตต้องมีรายได้จากแหล่งต่างๆเริ่มต้นที่ 15,000 บาทขึ้นไป พร้อมทั้งแสดงแหล่งที่มาของเงินอย่างชัดเจน เช่น สลิปเงินเดือน เอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันแหล่งที่มาของเงินเพื่อโอกาสสมัครบัตรเครดิตคืออะไร? แหล่งที่มาของเงินที่เป็นเอกสารสำคัญใช้ในการยื่นสมัครบัตรเครดิตก็คือ สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือนที่ออกโดยบริษัทนายจ้าง ฐานเงินเดือน 15,000 บาทเราจะได้วงเงินบัตรเครดิตเท่าไหร่? สำหรับใครที่มีฐานเงินเดือน 15,000 บาท โดยปกติแล้วทางธนาคารจะอนุมัติวงเงินบัตรจำนวน 1- 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน โดยยึดตามเอกสารแหล่งที่มาของเงินในการยื่นสมัครบัตรเครดิต เพราะฉะนั้นคุณจะมีวงเงินที่ทางธนาคารอนุมัติให้อยู่ที่ 15,000 บาท – 75,000 บาท โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทางธนาคาร เมื่อเราเงินเดือนขึ้นสามารถแจ้งเปลี่ยนวงเงินในบัตรเครดิตได้หรือไม่? ในกรณีที่ฐานเงินเดือนปรับขึ้นประจำปีคุณสามารถแจ้งสถาบันการเงินที่ดูแลบัตรเครดิตของคุณให้เพิ่มวงเงินได้ โดยใช้หนังสือรับรองการปรับเงินเดือนใหม่และสลิปเงินเดือนใหม่ที่ได้รับการขึ้นเงินเดือน โดยในส่วนนี้ทางธนาคารจะเป็นผู้พิจารณาถึงความเหมาะสมรวมทั้งวงเงินที่คุณควรจะได้รับ หากเกิดกรณีที่เราต้องการใช้เงินมากกว่าวงเงินที่มีอยู่ในบัตรควรทำอย่างไร? ในกรณีที่คุณได้รับอนุมัติบัตรเครดิต 15,000 บาทคุณสามารถแจ้งทางธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตให้เพิ่มวงเงินชั่วคราวได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นกรณีฉุกเฉินของผู้ถือบัตรหลังจากที่แจ้งทางธนาคาร ส่วนใหญ่ธนาคารจะอนุมัติไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ โดยเป็นการเพิ่มชั่วคราวเพียง 1 ...

Read More »

ถึงแม้ไม่มีเงินเดือนแต่ก็สามารถทำบัตรเครดิตได้ไม่ยาก

ถึงแม้ไม่มีเงินเดือนแต่ก็สามารถทำบัตรเครดิตได้ไม่ยาก

การทำบัตรเครดิตช่วยอำนวยความสะดวกโดยที่เราไม่จำเป็นต้องพกเงินสดในจำนวนมากเราก็สามารถที่จะซื้อสินค้าและช้อปปิ้งตามที่ต่างๆโดยไม่ต้องถือเงินติดตัวอีกต่อไปและที่สำคัญมีโอกาสที่เราจะได้รับโปรโมชั่นพิเศษจากบัตรเครดิต ซึ่งเป็นความพิเศษที่หลายคนชื่นชอบและอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญของการมีบัตรเครดิตนั่นก็คือเมื่อคุณได้รับอนุมัติบัตรเครดิต ในอนาคตหากมีการทำธุรกรรมทางการเงินไม่ว่าจะเป็นการยื่นกู้ซื้อบ้านหรือยื่นกู้ซื้อรถยนต์ประวัติในการมีบัตรเครดิตมีส่วนสำคัญที่คุณมีโอกาสได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อได้ง่ายในอนาคตแต่สำหรับใครที่ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือทำงานอิสระอาจมีความกังวลใจว่าจะสามารถขอสมัครบัตรเครดิตได้หรือไม่ ซึ่งความเป็นจริงในส่วนนี้เป็นเรื่องที่คุณสามารถทำได้ เราจึงขอนำเสนอเทคนิคที่จะช่วยทำให้คุณสามารถยื่นขอบัตรเครดิตได้ไม่ยาก การสมัครบัตรเครดิตเป็นอีกหนึ่งธุรกรรมทางการเงินที่ได้รับความนิยมของคนรุ่นใหม่เพราะในปัจจุบันต่างเข้าใจและทราบประโยชน์ของการมีบัตรเครดิตกันเป็นอย่างดี รวมถึงรู้เท่าทันการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์มากที่สุดแต่ว่าที่เราจะสามารถขอใบอนุมติขอสินเชื่อบัตรเครดิตได้ต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากทางธนาคาร โดยในปัจจุบันถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีสลิปเงินเดือนหรือทำงานอิสระคุณก็สามารถขอทำบัตรเครดิตได้แล้ว โดยเทคนิคที่จะกล่าวถึงนี้จะช่วยทำให้คุณได้รับอนุมัติบัตรเครดิตได้เร็วก็คือการแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของเงินอย่างชัดเจน เพราะหัวใจสำคัญของการขอบัตรเครดิตนั่นก็คือการแสดงข้อมูลทางการเงินที่มีความสม่ำเสมอ โดยกฎของธนาคารแห่งประเทศไทยมีข้อกำหนดว่าผู้ที่จะทำบัตรเครดิตต้องมีรายได้ประจำจากแหล่งต่างๆอย่างน้อย 15,000 ต่อเดือน เพื่อให้มีความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคตเพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะมีรายได้จากช่องทางไหนแต่ถ้ารวมยอดแล้วถึง 15,000 บาท คุณก็สามารถขอบัตรเครดิตได้เช่นเดียวกัน   ขั้นตอนแรก สำรวจตัวคุณเองว่ามีแหล่งรายได้มาจากที่ใดบ้าง ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีสลิปเงินเดือนเพื่อเป็นเครื่องการันตียอดรายได้ที่เข้ามาทุกเดือน คุณจำเป็นต้องไปหาเอกสารเพื่อยื่นประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อบัตรเครดิตเพื่อเป็นการการันตีแหล่งที่มาของรายได้คุณ เช่น หากคุณทำธุรกิจค้าขายหรือเปิดร้านค้าบริการการมีใบจดทะเบียนพาณิชย์สามารถนำไปประกอบการพิจารณาได้ หรือ ผู้ที่มีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทต่างๆก็สามารถนำเอกสารแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นในกิจการที่คุณมีชื่อจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาหรือ แม้แต่คนที่ทำอาชีพอิสระหรือค้าขายหาบเร่แผงลอยการนำสำเนา Statement ย้อนหลัง 6 เดือนก็สามารถนำมาเพื่อใช้ในการยื่นขอพิจารณา   เตรียมเอกสารให้พร้อม  เมื่อคุณพิจารณาตัวคุณเองแล้วว่ามีแหล่งที่มาของเงินมาจากทางด้านใดบ้าง ขั้นตอนต่อมาคือการเตรียมเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นขออนุมัติบัตรเครดิตให้พร้อม เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อเป็นไปด้วยความราบรื่นเช่น ผู้ที่ประกอบกิจการเป็นของตัวเอง ให้เตรียมสำเนาการจดทะเบียนพาณิชย์ ,สำเนา statement ย้อนหลัง 6 เดือนของบัญชีที่ใช้ในธุรกิจ ผู้ที่มีรายได้จากการถือหุ้น ให้เตรียมเอกสารสำเนารายนามผู้ถือหุ้นในกิจการ รวมทั้งสำเนา statement ย้อนหลัง 6 เดือนของบัญชีธุรกิจ สำเนารายชื่อของผู้ถือหุ้น หนังสือสำเนารับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสำเนา statementบัญชีส่วนตัวย้อนหลัง 6 เดือน ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระหรือ freelance ค้าขายหาบเร่แผงลอย ให้คุณเตรียมเอกสารสำเนาstatement   ย้อนหลัง ...

Read More »

อาชีพฟรีแลนซ์หรืออาชีพไม่มีสลิปเงินเดือนสามารถสมัครบัตรเครดิตได้หรือไม่

อาชีพฟรีแลนซ์หรืออาชีพไม่มีสลิปเงินเดือนสามารถสมัครบัตรเครดิตได้หรือไม่

ในปัจจุบันภาพลักษณ์ของบัตรเครดิตได้เปลี่ยนไปซึ่งคนยุคใหม่แต่เข้าใจความสำคัญของการมีบัตรเครดิตและรู้เท่าทันวิธีการใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จึงทำให้หลายท่านหันมาสนใจสมัครบัตรเครดิตกันมากขึ้น หากเป็นพนักงานเงินเดือนประจำคงไม่มีปัญหาในส่วนนี้แต่สำหรับใครที่ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์หรือพ่อค้าแม่ค้าทั่วไปที่ไม่มีสลิปเงินเดือน หลายท่านอาจมีความสงสัยว่าจะสามารถสมัครบัตรเครดิตได้หรือไม่ ในวันนี้เราจึงมีข้อมูลดีๆเพื่อมานำเสนอสำหรับใครที่ทำอาชีพฟรีแลนซ์หรือไม่มีสลิปเงินเดือนแต่ต้องการสมัครบัตรเครดิตจะมีวิธีการยื่นสมัครกับทางธนาคารอย่างไรให้ได้รับการอนุมัติ ตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีข้อกำหนดออกมาว่าผู้ที่จะสามารถสมัครบัตรเครดิตได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีและมีรายได้ประจำอย่างน้อย 15,000 บาท ต่อเดือน โดยมีแหล่งรายได้จากหลายช่องทางที่มีความสม่ำเสมอผ่านเข้ามาทุกเดือนอย่างน้อย 15,000 บาท ซึ่งเป็นเครื่องการันตีสำหรับผู้ที่สมัครบัตรเครดิตว่าจะมีความสามารถในการชำระหนี้ในส่วนนี้เพราะการมีบัตรเครดิตหมายถึงการนำเงินในอนาคตมาใช้เปรียบเสมือนการยืมเงินจากธนาคารเพื่อมานำมาใช้จ่ายก่อนและจ่ายคืนทางธนาคารหลังครบรอบบิลชำระ สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพอิสระ Freelance เจ้าของกิจการ ผู้ถือหุ้น การค้าขาย ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีสลิปเงินเดือนเป็นใบเบิกทางในการสมัครบัตรเครดิตแต่คุณเองก็สามารถรวบรวมเอกสารเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการสมัครบัตรเครดิตได้เช่นเดียวกันโดยเริ่มต้นที่   เจ้าของกิจการ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของกิจการลักษณะไหนก็ตามถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีสลิปเงินเดือนเพื่อเป็นเอกสารประกอบการยืนยันถึงแหล่งที่มาของรายได้และความมั่นคงทางการเงินแต่เอกสารในการจดทะเบียนบริษัท ใบทะเบียนพาณิชย์เป็นอีกหนึ่งเอกสารสำคัญที่สามารถบอกประเภทของธุรกิจและใช้ยืนยันแหล่งที่มาของเงินได้โดยจำเป็นต้องเตรียมเอกสารทางการเงินนั่นก็คือ สำเนาการจดทะเบียนพาณิชย์หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล สำเนา statementบัญชี ธนาคารที่ใช้ในธุรกิจเพื่อชี้แจงรายรับรายจ่ายย้อนหลัง 6 เดือน สำเนา statementบัญชีส่วนตัวของตัวคุณเองเพื่อแสดงยอดรายรับรายจ่ายย้อนหลัง 6 เดือน และถ้าหากใครเป็นเจ้าของกิจการแต่ไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ตามที่กล่าวมาในขั้นต้นคุณสามารถนำบัญชีเงินฝาก บัญชีกระแสรายวันหรือวงเงินกู้หมุนเวียนในธุรกิจของธนาคารที่คุณใช้บริการอยู่เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาเพื่อขออนุมัติสินเชื่อบัตรเครดิตกับธนาคารนั้น  โดยแนะนำให้คุณหมั่นอัพเดทBook Bank อย่างสม่ำเสมอและมีการนำเงินเข้าบัญชีตลอดเวลาเพื่อให้การไหลเวียนของเงินมีความสม่ำเสมอเพื่อโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ ผู้ถือหุ้น ในกรณีที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการเองแต่คุณมีรายได้จากการถือหุ้นในธุรกิจ คุณสามารถนำStatement บัญชีส่วนตัวของคุณเพื่อใช้เป็นเอกสารแสดงรายรับรายจ่ายในการยื่นขออนุมัติบัตรเครดิตนอกจากนี้ควรแนบเอกสารสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อให้ทางธนาคารนำไปประกอบการพิจารณาเพราะในส่วนนี้ทางธนาคารจะตรวจสอบว่าคุณมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ โดยสามารถเตรียมเอกสารได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล สำเนา statement บัญชีที่ใช้ในธุรกิจอย่างน้อยย้อนหลัง 6 เดือน สำเนา statement บัญชีธนาคารส่วนตัวของคุณเองย้อนหลัง 6 เดือน โดยผู้ที่มีรายได้มีแหล่งที่มาจากการถือหุ้นแนะนำให้คุณสมัครบัตรเครดิตกับธนาคารที่บริษัทที่คุณถือหุ้นอยู่ใช้บริการเพื่อความสะดวกและโอกาสในการอนุมัติบัตรเครดิตไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝากของบริษัทหรือบัญชีการซื้อขายหุ้น โดยสามารถเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับอนุมัติบัตรเครดิตได้อย่างรวดเร็ว อาชีพอิสระ ...

Read More »

สินเชื่อส่วนบุคคลตัวช่วยที่ดีสำหรับมนุษย์เงินเดือน

สินเชื่อส่วนบุคคลตัวช่วยที่ดีสำหรับมนุษย์เงินเดือน

ในสถานการณ์แต่ละวันเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเกิดภาวะฉุกเฉินเมื่อไหร่ การที่เรามีเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องที่เราควรกันเงินในส่วนนี้ไว้หากเกิดกรณีฉุกเฉินในอนาคตแต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีค่าใช้จ่ายรอบด้านรวมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในทุกปี ในขณะที่เงินเดือนมีการปรับขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ ทำให้บ่อยครั้งเงินเดือนแต่ละเดือนของเราไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่กองอยู่ตรงหน้า การที่จะมีเงินเก็บไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินจึงมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำได้การมีสินเชื่อส่วนบุคคลจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับมนุษย์เงินเดือนเพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากเกิดกรณีฉุกเฉินการหยิบยืมเงินจำนวนหนึ่งจากคนรอบข้างเป็นสิ่งที่ทำให้เราลำบากใจเป็นอย่างมาก การมองหาสินเชื่อส่วนบุคคลจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับมนุษย์เงินเดือนเนื่องจากคุณมีเครดิตทางการเงินผ่านสลิปเงินเดือน หากใช้วิธียืมเงินกู้นอกระบบย่อมทำให้คุณเจออัตราดอกเบี้ยมหาโหดหากเปรียบเทียบแล้วสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยที่น้อยกว่าเหมาะสำหรับเป็นทางเลือกในยามฉุกเฉิน โดยในปัจจุบันสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นการให้บริการโดยสถาบันการเงินที่อนุมัติปล่อยเงินกู้ให้กับผู้ที่มีรายได้มั่นคงในกรณีนี้หมายถึงพนักงานบริษัทซึ่งเป็นรูปแบบการกู้เงินชนิดหนึ่ง สำหรับรายการขอสินเชื่อส่วนบุคคลมีอยู่ 2 ประเภทคือ  การกู้เงินก้อน โดยเงินกู้ในส่วนนี้ส่วนใหญ่ผู้กู้มักนำเงินไปขยายกิจการหรือประกอบธุรกิจ  การกู้ผ่านบัตรกดเงินสด โดยบัตรกดเงินสดนี้คล้ายบัตร ATM ที่คุณสามารถกดเงินออกมาใช้จ่ายได้เลยโดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าบัตรเครดิต ซึ่งบัตรกดเงินสดจะมีค่าธรรมเนียมกดเงินอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์รวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้จำนวนไม่มากเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการใช้จ่าย ซึ่งข้อดีของการขอสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล  ช่วยทำให้คนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย  สามารถดึงเงินจำนวนที่คุณต้องการเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉินได้ทันที ยกตัวอย่างเช่นหากคุณต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลของคุณแม่ จำนวน 15,000 บาท โดยอีก 3 วันเงินเดือนของคุณจะออก คุณสามารถกดสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ก่อนและเมื่อเงินเดือนคุณออกจึงนำเงินมาจ่ายคืนโดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาขอยืมคนรอบข้าง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินได้เป็นอย่างดี  มีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าการกู้เงินนอกระบบเพราะบ่อยครั้งเรามักเห็นบุคคลที่ประกอบอาชีพค้าขายหรืออาชีพที่ไม่มีสลิปเงินเดือน ทำให้ต้องกู้เงินนอกระบบเพราะการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านทางธนาคารต้องใช้เวลาและมีความซับซ้อนในการยื่นกู้จึงมักเจออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าทางกฎหมายกำหนดจากการกู้เงินนอกระบบ  สถาบันการเงินมักมีโปรโมชั่นและส่วนลดให้กับผู้ใช้สินเชื่อส่วนบุคคล  ถึงแม้ว่าคุณจะยังไม่อยู่ในสภาวะที่ต้องการใช้เงินฉุกเฉิน การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลในบางธนาคารไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครรวมถึงค่าธรรมเนียมรายปีที่มักยกเว้นให้กับผู้ใช้แต่จะมีการแจกของแถมพรีเมี่ยมต่างๆเพื่อเอาใจผู้สมัครใหม่เช่นกระเป๋าเดินทางยี่ห้อดัง ร่ม บัตรรับประทานอาหาร บัตรทานกาแฟฟรี หรือส่วนลดอื่นๆอีกมากมายช่วยให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์ได้ทันทีโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องกดเงินสดออกมาใช้  มีส่วนลดจากร้านค้าต่างๆ สำหรับผู้ที่ถือบัตร โดยคุณจะได้รับโปรโมชั่นดีๆที่ทางธนาคารทำออกมากระตุ้นยอดขาย เช่น ส่วนลด10% ในการรับประทานอาหารร้านชื่อดังสำหรับผู้ที่ถือบัตร ในการมีบัตรกดเงินสดเป็นข้อดีที่ช่วยทำให้คุณเสริมสภาพคล่องทางการเงินในยามฉุกเฉิน เพียงคุณเลือกใช้บริการผ่านบัตรกดเงินสดที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี หากใครที่สมัครสินเชื่อกดเงินสดเรียบร้อยแล้วสิ่งหนึ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือคุณต้องดูความจำเป็นของวงเงินที่คุณต้องการใช้จ่ายจะต้องเป็นเงินที่มีความจำเป็นจริงๆคุณถึงจะดึงเงินในส่วนนี้ออกมาใช้ รวมถึงพิจารณาความจำเป็นว่ามีมากน้อยแค่ไหนเพื่อควบคุมการใช้จ่ายแต่ถ้าคุณมีความมั่นคงทางจิตใจและมีความเข้มงวดในการใช้จ่ายปัญหาเหล่านี้ย่อมไม่เกิดกับคุณอย่างแน่นอน

Read More »

บัตรกดเงินสดคืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

บัตรกดเงินสดคืออะไร

บัตรกดเงินสดคืออะไร การทำธุรกรรมทางการเงินที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเงินเพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน เพราะในปัจจุบันมีโอกาสที่เราจะต้องพบเหตุการณ์ในภาวะฉุกเฉินในช่วงเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้เงิน การที่เราจะหาเงินจำนวนที่เราต้องการในระยะเวลาอันสั้นเป็นไปได้ยากลำบาก การที่เราจะขอยืมคนใกล้ตัวก็สามารถสร้างความลำบากใจให้กับเราและคนรอบข้างที่เราขอความช่วยเหลือซึ่งเขาเหล่านั้นอาจจะประสบปัญหาทางด้านการเงินในช่วงเวลาที่เราต้องการใช้เงิน การมีทางเลือกและตัวช่วยที่ดีก็จะทำให้ปัญหาในส่วนนี้หมดไปและอีกหนึ่งบริการของทางธนาคารและสถาบันทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ การให้บริการบัตรกดเงินสดซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินด่วน เป็นอีกหนึ่งบริการที่มีความสำคัญกับผู้ใช้ในกรณีเกิดเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินทางการเงิน บัตรกดเงินสด อีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาในส่วนนี้ของคุณได้นั่นก็คือการทำบัตรเงินสด ซึ่งบัตรเงินสดเป็นหนึ่งบริการจากทางธนาคารและผู้ประกอบกิจการบัตรเครดิตที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ โดยทั้ง2แห่งจะมีหน้าที่พิจารณาออกบัตรเครดิตให้กับผู้ที่ทำการยื่นขอเปิดบัตรกดเงินสด โดยภายในบัตรจะมีวงเงินจำกัดตามคำขอในการพิจารณา โดยลักษณะของบัตรกดเงินสดจะคล้ายบัตรเอทีเอ็มที่ออกให้โดยธนาคาร โดยบัตรนี้คุณสามารถกดเงินได้จากทุกตู้ ATMถ้าหากเทียบอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิตอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า จึงทำให้ผู้ที่ต้องการใช้เงินฉุกเฉินเลือกที่จะทำบัตรกดเงินสดกันมากกว่าเพราะในบางครั้งเราสามารถนำเงินในส่วนนี้มาใช้ก่อนได้ทันที เช่นหากเกิดอุบัติเหตุฉับพลันที่ต้องเข้าโรงพยาบาลและนอนรักษาตัว บัตรกดเงินสดจะช่วยทำให้คุณกดเงินเพื่อมาใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลายื่นกู้ใดๆทั้งสิ้น เงื่อนไขของการขออนุมัติบัตรเงินสดจากทางธนาคาร โดยหลักการแล้วทางธนาคารและสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์จะพิจารณาจากฐานเงินเดือนและรายได้ประจำ โดยมีการกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 8,000 ถึง 15,000 บาทขึ้นไป โดยผู้ขอยื่นขอบัตรกดเงินสดจะต้องมีอายุการทำงานไม่ต่ำกว่า3 ถึง 6 เดือน พร้อมทั้งต้องมีที่อยู่ที่ชัดเจนทั้งที่บ้านและที่ทำงานโดยจะต้องสามารถติดต่อได้เพราะส่วนใหญ่ทางธนาคารหลังจากได้รับเอกสารเรียบร้อยแล้วจะมีการโทรไปตรวจสอบกับที่ทำงานหรือที่พักของคุณเพื่อเช็คที่อยู่และที่ทำงานว่าตรงกับรายละเอียดเอกสารหรือไม่ ข้อดีของการทำบัตรกดเงินสด บางธนาคารฟรีค่าธรรมเนียมการใช้บริการรายปีและฟรีตลอดชีพ ฟรีค่าธรรมเนียมในการกดเงินออกจากบัตรเงินสดได้ทุกตู้ ATM คุณสามารถกดเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกช่วงเวลาที่คุณฉุกเฉิน การคิดค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยเป็นการคิดตามจริงหากไม่มีการใช้งานก็จะไม่เสียค่าดอกเบี้ยใดๆ สามารถชำระเงินคืนในจำนวนขั้นต่ำ 3-5 เปอร์เซ็นต์ของยอดใช้จ่าย สามารถอนุมัติวงเงินได้เร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน ข้อเสียของการมีบัตรกดเงินสด มีอัตราดอกเบี้ยสูงอยู่ที่ 20 – 28 เปอร์เซ็นต์ต่อปี การชำระขั้นต่ำ 3 – 5 เปอร์เซ็นต์ของยอดหนี้มีการหักเงินต้นและดอกเบี้ยทำให้ทุกครั้งที่คุณชำระเงินเข้าไปอย่างเช่นจ่ายขั้นต่ำ700 บาทจำนวนเงิน 679 จะเป็นเงินต้น ส่วน 21 ...

Read More »

การขอสินเชื่อคืออะไรและมีข้อดีอย่างไร

การขอสินเชื่อคืออะไรและมีข้อดีอย่างไร

สินเชื่อ คืออะไร มีข้อดีอย่างไร      สินเชื่อ คือการให้ยืมเงินหรือกู้เงิน และเชื่อว่าจะได้รับเงินคืนตามกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยมีผลประโยชน์ตอบแทนนั่นเอง ที่จริงแล้วก็คือเงินกู้ หรือให้เงินกู้ นั่นแหละค่ะ ซึ่งสถาบันการเงินหรือธนาคารใช้เรียกเงินกู้, การปล่อยเงินกู้ ให้ฟังแล้วดูดีขึ้นนั่นเอง การขอสินเชื่อเป็นอีกหนึ่งธุรกรรมทางการเงินที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้เพราะเป็นตัวช่วยที่สามารถทำให้เพิ่มสภาพคล่องให้กับเราได้เป็นอย่างดีเพื่อให้เราเข้าถึงแหล่งเงินทุน ไม่ว่าจะการขอสินเชื่อบุคคลเพื่อปิดหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อ SME สินเชื่อเพื่อการลงทุน สินเชื่อบ้านเพื่อการสร้างบ้านหรือเพื่ออนาคต ถึงแม้สินเชื่อจะมีดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปในแต่ละธนาคารแต่การได้เงินก้อนเพื่อให้สามารถต่อยอดเงินให้งอกเงยจึงเป็นทางเลือกที่หลายคนนิยมใช้ การขอสินเชื่อนั้นเป็นรูปแบบการบริการทางการเงินของทางธนาคารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเป็นการทำสัญญากัน 2 ฝ่ายระหว่างทางธนาคารและผู้กู้ โดยขั้นตอนการพิจารณาขอสินเชื่อค่อนข้างมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เอกสารเยอะ ในข้อมูลส่วนนี้เราสามารถขอทราบจากทางธนาคารเพิ่มเติมได้หากธนาคารเรียกเอกสารในส่วนไหนเพิ่มเติมเราก็แค่จัดเตรียมให้พร้อมเพื่อใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบการขอสินเชื่อในวงเงินที่เรายื่นขอพิจารณาโดยช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ยื่นกู้ ในปัจจุบันการขอสินเชื่อสามารถนำสินทรัพย์ที่คุณมีอยู่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้คุณมีเงินสดหมุนเวียนในกิจการหรือนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น การผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญช่วยทำให้คุณสามารถสร้างเงินให้งอกเงย สำหรับสินเชื่อแต่ละแบบมีความโดดเด่นแตกต่างกัน เช่น สินเชื่อเพื่อการค้า เป็นการให้เครดิตโดยใช้ความน่าเชื่อถือของผู้ซื้อ ซึ่งผู้ขายมักจะยอมมอบสินค้าให้กับผู้ซื้อนำไปขายได้ก่อน โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องชำระเงินสดให้กับผู้ขายแต่จะมีการทำสัญญากันขึ้นเพื่อเป็นข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเพราะหลังจากผู้ขายนำไปขายเรียบร้อยแล้วและได้เงินค่าสินค้านำมาชำระหนี้กับทางผู้ขายซึ่งเป็นสินเชื่อที่เราเห็นกันอยู่บ่อยมากในปัจจุบันหรือที่เรียกกันติดปากว่าให้เครดิต30 วัน เช่นการนำสินค้าไปขายก่อนแล้วจึงชำระค่าสินค้าภายใน 30 วัน สินเชื่อเพื่อการบริโภค โดยสินเชื่อส่วนนี้เป็นลักษณะของการนำสินค้าและบริการไปใช้ก่อน แล้วจึงค่อยชำระค่าสินค้าในภายหลัง โดยมีระยะเวลากำหนดอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น การรูดบัตรเครดิตภายในห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ้นเดือนเมื่อถึงรอบบิล ทางผู้ให้บริการบัตรเครดิตจะมีการนำส่งใบแจ้งหนี้เพื่อเก็บค่าใช้จ่ายที่คุณได้ซื้อสินค้าไปก่อนหน้านั้น สินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยสินเชื่อลักษณะนี้เป็นบริการสำคัญของทางธนาคารเพราะการปล่อยสินเชื่อเป็นการก่อให้เกิดรายได้ของทางธนาคารโดยสถาบันการเงินจะได้รายได้จากอัตราดอกเบี้ยที่มีการปล่อยสินเชื่อรวมทั้งค่าธรรมเนียมต่างๆในการขอสินเชื่อ ข้อดีของการขอสินเชื่อ คือช่วยอำนวยความสะดวกทางด้านธุรกรรมทางการเงินเพื่อให้เราสามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน การใช้สินค้าอุปโภคบริโภค โดยจะนำเงินมาชำระเมื่อถึงกำหนดซึ่งเป็นรูปแบบทางการเงินที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายได้เป็นอย่างดีสำหรับใครที่สนใจขอสินเชื่อคุณสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารใกล้บ้านคุณเพื่อขอคำแนะนำในการขอสินเชื่อประเภทต่างๆให้ตอบสนองความต้องการของคุณมากที่สุด

Read More »

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ “หนี้สิน”

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ “หนี้สิน”

สำหรับหลายคนที่ใช้เงินเกินตัวนั้น ส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็นหนี้สินนอกระบบกันเลยก็ว่าได้ ทำให้โดนทวงถามหนี้กันอยู่บ่อย ๆ และบางครั้ง ผู้ที่ได้ทำการทวงหนี้ ก็ยังมีการนำข้อมูลของการเป็นหนี้ไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง ทำให้เราสร้างความอับอายได้ ซึ่งเป็นแรงกดดันให้เราต้องหาเงินมาทำการชำระหนี้ดังกล่าวนั่นเอง เพื่อไม่ให้ถูกข่มขู่ จนเกิดเป็นเรื่องการสูญเสีย ถ้าอย่างนั้นมาดูกันเลยว่า หากเราเป็นหนี้จะต้องมีการปกป้องสิทธิของตนเองอย่างไรบ้าง 1. เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์ติดต่อกับคนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ลูกหนี้ของบัตรเครดิต สำหรับข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจาก ก่อนที่จะมีกฎหมาย พ.ร.บ.ทวงหนี้ขึ้นมาฉบับหนึ่ง ทางเจ้าหนี้มักจะมีการติดต่อไปยังเพื่อนร่วมงาน หรือนายจ้าง และทำการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวหนี้สินของลูกหนี้บัตรเครดิต เพื่อให้ลูกหนี้ ได้รับความอับอาย แต่ทางกฎหมายใหม่นี้ ได้มีการอนุญาตทำการติดต่อกับบุคคลอื่น ๆ ได้ ก็ต่อเมื่อ มีเพื่อน ๆ มาถามที่อยู่และสถานที่ทำงานของลูกหนี้ 2. เจ้าหนี้ไม่ควรติดต่อนอกเวลา ในการติดต่อลูกหนี้ทางโทรศัพท์ จะสามารถทำการติดต่อได้ ตั้งแต่วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ แต่จะต้องติดต่อภายในเวลา 8.00น. – 20.00น. และในช่วงวันหยุดราชการ ก็ต้องมีการติดต่อภายใน 8.00น.-16.00น. ตามที่ทางคณะกรรมการได้มีการประกาศออกมา เพื่อทำการชำระหนี้สินนั่นเอง 3. ห้ามมีการทวงถามหนี้สิน โดยใช้วิธีการไม่สุจริต ซึ่งวิธีการที่ไม่สุจริต ในการทวงถามหนี้ นั่นก็คือ การข่มขู่ หรือการใช้ความรุนแรง ในการทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย ทางด้านทรัพย์สินของลูกหนี้  ...

Read More »